โซเชียลตัวแปรสำคัญ ผลักดัน ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้เป็น ‘คนดัง’

June 9, 2021 0 Comments

คดีน้องชมพู่กับผู้ต้องสัยที่ทำให้ชาวเน็ตเจ็บใจ

ถือเป็นอีกหนึ่งมหากาพย์ที่คนไทยเฝ้าติดตามกันมาอย่างยาวนาน สำหรับการเสียชีวิตของ ‘น้องชมพู่’ เด็กหญิงที่มีอายุเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้น ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นที่บ้านกกกอก จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งการเสียชีวิตในครั้งนี้ได้สร้างความสงสัยให้กับหลายคน ว่าแท้จริงแล้วเป็นการเสียชีวิตด้วยตัวเอง หรือเป็นการฆาตกรรมกันแน่ เพราะจากหลักฐานหลาย ๆ อย่างก็เอนเอียงไปในรูปแบบคดีการ ‘ฆาตกรรม’

ซึ่งนั่นก็นำไปสู่การเสาะหาความจริงว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นผู้ทำให้เด็กหญิงโชคร้ายคนนี้ต้องมาจบชีวิตลงด้วยวัยเพียง 3 ขวบ

โซเชียลตัวแปรสำคัญ ผลักดัน ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้เป็น ‘คนดัง’
โซเชียลตัวแปรสำคัญ ผลักดัน ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้เป็น ‘คนดัง’

จากผู้ต้องสงสัยสู่ตำแหน่งเซเลปบ้านกกกอก


หากย้อนรอยไปช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ปี 63 เด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ได้หายตัวออกจากบ้านพักไปตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 63 กระทั่งมาพบเป็นศพเปลือยอยู่ตรงบริเวณภูเหล็กไฟในวันที่ 14 พ.ค. 63 ที่ตั้งห่างจากบ้านพักราว ๆ 2 กิโลเมตร ซึ่งทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็กวัย 3 ขวบไม่สามารถเดินขึ้นไปด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน แต่ในขณะนั้นแม้จะมีการลงพื้นที่เก็บหลักฐาน พร้อมตรวจสอบปากคำพยานเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไร้วี่แววของ ‘หลักฐาน’ ที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้กระทำผิด

ซึ่งจากการสอบปากคำ บวกกับการตรวจหาหลักฐานจึงทำให้มี ‘ผู้ต้องสงสัย’ เกิดขึ้นมาหลายคน โดย 1 ในผู้ต้องสงสัยที่หลายคนคงคุ้นหูกันดีนั่นคือ ‘ลุงพล’ หรือ นายไชย์พล วิภา ผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงเขยของผู้เสียชีวิต ที่ให้การยืนยันมาตลอดว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ในการค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น

โซเชียลตัวแปรสำคัญ ผลักดัน ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้เป็น ‘คนดัง’
โซเชียลตัวแปรสำคัญ ผลักดัน ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้เป็น ‘คนดัง’

แต่เพราะด้วยตัวของนายไชย์พล อาจมีรูปร่างหน้าตาที่ตรงใจคนบางกลุ่ม เมื่อวันเวลาผ่านไปฐานะของผู้ต้องสงสัยรายนี้กลับพลิกผันและแปรเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะตัวของเขาได้รับกระแสความนิยม ได้รับโอกาส และได้รับความชื่นชอบจากคนหลายคน จนส่งผลให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นจากหลากหลายช่องทาง จะเรียกว่าในตอนนั้นเกิดเป็นกระแส ‘ลุงพลฟีเวอร์’ ก็คงไม่ผิด เพราะเขาคนนี้ได้ครองพื้นที่สื่ออย่างเต็มรูปแบบ

โลกออนไลน์สร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ให้คนในสังคม


และด้วยกระแสนิยมก็ทำให้ลุงพลได้รับโอกาสต่าง ๆ ทั้งงานเดินแบบ พรีเซนเตอร์ ให้สัมภาษณ์รายการต่าง ๆ ตลอดจนการร่วมร้องเพลงกับนักร้องชื่อดังอย่าง จินตหรา พูลลาภ ในบทเพลง เต่างอย ที่มีผู้เข้าชมมากถึง 23 ล้านวิว

โลกออนไลน์สร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ให้คนในสังคม
โลกออนไลน์สร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ให้คนในสังคม

แต่แล้วความกระจ่างและความชัดเจนของคดีนี้ก็เกิดขึ้น เมื่อตำรวจเปิดข้อหาจับลุงพล โดยหลักฐานสำคัญที่ทำให้คดีเสร็จสมบูรณ์คือเส้นผมของน้องชมพู่ติดไปกับลุงพล และหล่นอยู่ในรถของลุงพลนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีแรงจูงใจในการฆ่าที่แน่ชัด แต่หลักฐานชิ้นนี้ก็สามารถยืนยันนำตัวคนผิดให้ถูกลงโทษได้

สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้นก็สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าแฟนคลับลุงพล และได้สร้างบทเรียนเล่มใหญ่ให้กับคนในโลกออนไลน์ได้อยู่ไม่น้อย เพราะเพียงแค่กระแสบางอย่าง กลับกลายมาเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ ‘ผู้ต้องหา’ ได้มาเฉิดฉาย และเจิดจรัสอยู่บนสื่อแบบไม่แคร์สายตา หรือความผิดที่กระทำ ทั้งยังได้รับโอกาสในการทำงานที่คนเป็นผู้ต้องหาจริง ๆ ไม่ควรได้รับ

โลกออนไลน์สร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ให้คนในสังคม
โลกออนไลน์สร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ให้คนในสังคม

อีกทั้งกระแสโซเชียลยังส่งผลกระทบไปถึงบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบุคคลที่ไม่ได้มีความสำคัญกับคดีให้กลายเป็นจำเลยสังคม เพราะฉะนั้นแล้วมหากาพย์ครั้งนี้ก็ได้สร้างข้อคิดเตือนใจให้กับผู้เสพสื่อออนไลน์ทุกคนได้เป็นอย่างดี ว่าก่อนจะคิดหรือตัดสินใจเชื่อเรื่องใด ก็ควรจะศึกษา ทำตัวให้เป็นกลาง และไม่หลงกลสื่อที่ไม่น่าเชื่อถือ

และชาวเน็ตเองก็ต้องตระหนักดูด้วยว่าข่าวที่เรากำลังเสพมีมูลเหตุแห่งความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน หากนั่นเป็นข้อมูลที่ดีก็ควรเชื่อถือได้ แต่หากวิเคราะห์ดูแล้วข้อมูลนั้นน่าจะถูกแต่งเติมหรือเสริมแต่งจนทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปด้วยก็ควรพินิจพิจารณาให้ถี่ถ้วนดูอีกหลาย ๆ ครั้ง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ซ้ำรอยขึ้นมาอีกแต่หากคุณต้องการเสพสื่อที่น่าเชื่อถือ ไม่หลอกลวงลองสมัครเว็บยูฟ่ามาเล่นคลายเครียดดูได้นะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.