วัคซีนเด็กอายุ 5 – 11 ปีในไทย ใช้สูตรไหนคนในโซเชียลถาม

February 2, 2022 0 Comments

ฉีดวัคซีนโควิด เป็นหนึ่งแนวทางการป้องกันการป่วยหนัก การนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตจากการแพร่ระบาดที่กำลังเกิดขึ้น ในตอนนี้ไม่เพียงแค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะได้รับ แต่มาตรการล่าสุด ‘วัคซีนเด็ก’ สำหรับเด็กอายุ 5 – 11 ปีในไทยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เด็กอายุ 5 – 11 ปี ใช้วัคซีนสูตรอะไร ใครได้ฉีดก่อน

ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการเปิดแผนฉีดวัคซีนเด็กที่มีอายุระหว่าง 5 – 11 ปี นั่นเลยทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าจริง ๆ แล้ววัคซีนที่ฉีดให้เด็กเป็นตัวเดียวกับที่ฉีดให้ผู้ใหญ่หรือไม่ ใช้สูตรอะไร แล้วจะมีความปลอดภัยขนาดไหน โดยที่ผ่านมาได้มีการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 12 – 17 ปีในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกลุ่มเด็กอายุ 5 – 11 ปีในต่างประเทศ พบว่ามีอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการฉีดวัคซีนให้เด็กกลุ่มนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่ต่างจากผู้ใหญ่

เด็กอายุ 5 - 11 ปี ใช้วัคซีนสูตรอะไร ใครได้ฉีดก่อน
เด็กอายุ 5 – 11 ปี ใช้วัคซีนสูตรอะไร ใครได้ฉีดก่อน

สำหรับกลุ่มเด็กที่จะได้เข้ารับวัคซีนก่อน จะใช้หลักการเหมือนของผู้ใหญ่ คือการเริ่มที่กลุ่มเป้าหมายเด็กที่มีโรคประจำตัว ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด 11.6 ล้านโดส แบ่งเป็นแอสตร้าเซนเนก้า 8 ล้านโดส ไฟเซอร์ 3.6 ล้านโดส ในจำนวนนี้กลุ่มเด็กอายุ 5 – 11 ปีที่มี 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และเด็ก ป.5 – 6 (เข็ม 1) จำนวน 1 ล้านราย โดยใช้สูตรฉีดไฟเซอร์ – ไฟเซอร์ (ฝาส้ม) จำนวน 1 ล้านโดส โดย Pfizer ฝาสีส้ม จากบริษัทผู้ผลิตในทวีปเอเชีย ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากประเทศสิงคโปร์ ที่จะได้รับการส่งมอบ วัคซีน Pfizer ฝ่าสีส้มในเด็ก 5-11 ขวบ โดยจะเริ่มเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิดในเด็ก

ซึ่งการฉีดวัคซีนเด็ก 1 ขวดที่บรรจุ 1.3 มิลลิลิตร เมื่อผสมกับน้ำเกลือจะมีขนาด 2.6 มิลลิลิตร ทำให้วัคซีนจำนวน 1 ขวด สามารถจะฉีดให้กับเด็กได้มากถึง 10 คน แบ่งเป็นคนละ 0.2 มิลลิลิตร และบริษัทฯยังมีการพัฒนาวัคซีนสามารถเก็บรักษาได้นานหลังผสมน้ำเกลือในอุณหภูมิ 2 – 8 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ จากเดิมที่เคยเก็บได้เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น

โดยคำแนะนำการฉีดวัคซีนไฟเซอร์สูตรสำหรับเด็ก (ฝาสีส้ม) จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เด็กอายุ 5 – 11 ปี ให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ขนาด 10 ไมโครกรัม ปริมาณ 0.2 มิลลิลิตร เข้ากล้าม 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 3 – 12 สัปดาห์ โดยระยะห่าง 8 – 12 สัปดาห์ จะดีกว่า 3 – 4 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับภูมิคุ้มกันที่สูงกว่า และมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่านั่นเอง

คำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิดในเด็ก
คำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิดในเด็ก

ในตอนนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการเปิดเผยไทม์ไลน์ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 5 ปีไม่เกิน 12 ปี (11 ปี 11 เดือน 29 วัน) เข็มที่ 1 ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป และเข็มที่ 2 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป ในส่วนของคำแนะนำในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สูตรสำหรับเด็กอายุ 5 – 11 ปี (ฝาสีส้ม) ของกระทรวงสาธารณะสุข จะให้คำแนะนำการฉีดไว้ ดังนี้

  1. ระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 เป็นเวลา 8 สัปดาห์
  2. สูตรสำหรับฉีดผู้ใหญ่และเด็กมีความแตกต่างกันในแต่ละสถานพยาบาล ควรมีการแยกจุดฉีดหรือโต๊ะฉีดให้ชัดเจน ระหว่างฝาสีม่วงของผู้ใหญ่และฝาสีส้มของเด็ก

แต่ทั้งนี้การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5 – 11 ปีที่มีโรคประจำตัว จะต้องได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง และจะต้องดูจากจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร ความพร้อมของบุคลากร รวมไปถึงกุมารแพทย์ที่ให้การดูแลในแต่ละจังหวัด เพื่อให้การดำเนินการมีความรวดเร็วและปลอดภัย สำหรับขั้นตอนการเข้ารับวัคซีน มีดังนี้

  1. การคัดกรอง ในส่วนนี้กุมารแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน หากกำลังมีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย หรือโรคประจำตัวมีอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่คงที่ จะให้ชะลอการฉีดออกไปก่อน
  2. การลงทะเบียน จะต้องมีการเซ็นใบยินยอมของผู้ปกครอง
  3. การฉีดวัคซีนควรจัดสถานที่มิดชิด มีม่าน ฉากกั้น หรือฉีดในห้อง เพื่อลดผลกระทบด้านจิตใจ เนื่องจากเด็กเล็กเมื่อเห็นเด็กถูกฉีดแล้วร้อง อาจเกิดอุปทานหมู่ ทำให้การฉีดดำเนินการยากขึ้น
  4. หลังฉีดวัคซีนนั่งรอดูอาการ 30 นาที เมื่อกลับบ้านแล้วไม่ควรออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรง 1 สัปดาห์

ทั้งนี้หากมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นสำหรับการฉีดวัคซีนเด็กอายุ 5 – 11 ปี จะต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบและพิจารณาอาการที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ในระหว่างนี้ผู้ปกครองควรเลือกทำประกันสุขภาพให้เด็กตั้งแต่เนิ่น ๆ หากเด็กเกิดความเสี่ยงใด ๆ ขึ้นมาจะได้เข้ารับการรักษาแบบทันการ

Leave a Reply

Your email address will not be published.